ฝึกอะไรกันในโรงฝึกบูจินกัน กรุงเทพ

เนื่องจากมีคำถามเข้ามาบ่อย ๆ ว่า การฝึกของบูจินกันเป็นยังไงเพราะเป็นวิชาใหม่แล้วนึกภาพกันไม่ออก
วันนี้ก็เลยจะมาเล่าวีธีการฝึกให้ฟังแบบสบาย ๆ ครับ

อันดับแรกจะกล่าวถึงเรื่องก่อนการฝึกก่อน ชุดฝึกที่ใช้จะเป็นชุดฝึกแบบชุดคาราเต้สีดำ ไม่ใช่ชุดแบบที่เขาโฆษณาว่าเป็นชุดนินจา
เพราะชุดพวกนั้นส่วนมากจะผลิตมาให้คนเอาไว้ใส่แฟนซีมีคุณภาพต่ำ ส่วนชุดคาราเต้สีดำก็จะเหมือนชุดคาราเต้ทั่วไปทุกประการ
เพียงใช้ผ้าสีดำครับ สำหรับผู้ฝึกใหม่อนุโลมให้ใช้เสื้อยืด กางเกงวอร์มไปก่อน จนกว่าจะมั่นใจว่าจะฝึกแล้วจริง ๆ ถึงค่อยซื้อชุดครับ
ปกติบูจินกันที่ญี่ปุ่นก็จะทำกันแบบนี้ครับ เนื่องจากเราไม่ได้เห็นวิชาเป็นเครื่องมือธุรกิจ ก็จะเปิดรับคนเข้ามาฝึก
หากคนไหนฝึกได้ แล้วรู้สึกชอบถึงค่อยสมัครสมาชิกและซื้อชุดต่อไปครับ ส่วนคนที่คิดว่าไม่สนใจก็จะได้ออกไปได้โดยไม่ต้องเสียดาย
ส่วนสายคาดของผู้ฝึกใช้ตามระดับขั้น คือ ในระดับกิ้ว ใช้สายสีเขียวสำหรับผู้ชาย สายสีแดงสำหรับผู้หญิง ส่วนระดับดั้งใช้สายดำ
ที่สายสีของผู้ฝึกมีน้อยมีความนัยอีกทางนึงคือผู้ฝึกบูจินกันจะไม่ค่อยสนใจเรื่องสาย เช่นในระดับกิ้วทั้งเก้าระดับจะใช้สีเดียวกันหมด
ดังนั้นผู้เข้าฝึกใหม่หรือเก่าก็จะไม่มีการแบ่งแยกให้รู้ คนที่รู้ระดับของคนฝึกก็มีเพียงคนฝึกเองกับผู้ฝึกสอน (ถ้าไม่บอกคนอื่นนะครับ)

ปัจจุบันในแต่ละสัปดาห์โรงฝึกของเราจะมีสมาชิกเข้าร่วมฝึกระหว่าง 20-30 คน ขึ้นอยู่กับช่วงระยะเวลาของปี
ในช่วงสอบ ช่วงปิดเทอม หรือ ช่วงวันหยุดก็จะมีคนเข้าฝึกน้อย จะมีความแตกต่างกันไปในละช่วงเวลา
ผู้ฝึกของโรงฝึกส่วนใหญ่ประมาณ 80% ต่างก็ทำงานกันแล้ว มีจำนวนน้อยที่ยังเรียนในระดับอุดมศึกษา
และจำนวนน้อยมากที่ยังเรียนระดับมัธยม อายุผู้ฝึกปัจจุบันมีตั้งแต่ 45 ปีลงมา จะเกาะกลุ่มในช่วง25-35 ปี
และมีอายุต่ำกว่า 20 ปีอยู่จำนวนค่อนข้างน้อย

คนทั่วไปมักคิดว่าการฝึกศิลปะการต่อสู้มักทำให้เป็นคนกร้าวร้าว และ ชอบความรุนแรง ดูเป็นอัธพาล
นั่นก็เป็นความเชื่อที่ผิด ๆ ดูตัวอย่างจากสมาชิกของเรามีการทำงานในหลากหลายอาชีพโดยมากทำงานเกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยี และ การแพทย์(ไม่รู้เพราะอะไร) เรามีผู้ฝึกที่เป็นด๊อกเตอร์จบปริญญาเอกหลาย ๆ ท่าน มีผู้ที่เป็นแพทย์ ทันตแพทย์
สัตวแพทย์ พยาบาล ตำรวจ ทหาร วิศวะกร(ในหลาย ๆ ด้าน) โปรแกรมเมอร์ พนักงานบริษัท เจ้าของกิจการ พ่อค้า ฯลฯ

เมื่อมาถึงโรงฝึก เปลี่ยนชุดฝึกแล้วก่อนการฝึกก็ควรอบอุ่นร่างกาย ยืดเส้นยืดสาย เตรียมพร้อมก่อนการฝึก



จนถึงเวลาจะเข้ามานั่ง กล่าวเคารพแล้วเริ่มฝึก การฝึกจะเริ่มจากอุเคมิ และ ไทเฮนจุสสึ เช่น การม้วนหน้า ม้วนหลัง ในหลาย ๆ แบบ
ปกติจะใช้เวลาประมาณสิบถึงสิบห้านาที การฝึกนี้เป็นสิ่งที่จำเป็นและสำคัญในการฝึกเพื่อใช้ป้องกันการบาดเจ็บจากการฝึก
ดังนั้นจึงไม่ควรเข้าฝึกสายจนไม่ได้ฝึก สำหรับผู้เข้าฝึกใหม่สายขาวจะมีการแยกฝึกเพื่อฝึกท่าพื้นฐานในชั่วโมงแรกที่จะทำให้เข้าใจได้ง่าย

ดังนั้นผู้ฝึกใหม่ไม่ต้องกลัวว่าจะทำตามไม่ทัน

ต่อมาจะเป็นการฝึกพื้นฐานที่สำคัญของไทจุสสึ จะใช้เวลาในชม.แรกทั้งหมด อย่างเช่นคิฮอน แฮปโป และ ซันชิน โน กาตา
ซึ่งเป็นรากฐานของไทจุสสึ หรือ นินจุสสึ รวมทั้งการฝึกในส่วนของ เท็น ชิ จิน ริวฮา โน มากิ หรือ ตำรากลยุทธ สวรรค์ พิภพ และ มนุษย์
ซึ่งรวมพื้นฐานทั้งหมดของ บูโด ไทจุสสึ หรือ อีกชื่อคือนินโปไทจุสสึสมัยก่อน เป็นสิ่งที่ผู้ฝึกจะต้องฝึกและรู้ทั้งหมดก่อน
จะได้รับสายดำ ในบางประเทศใช้ตำรานี้เพื่อใช้ในการสอบสาย (แต่ในประเทศญี่ปุ่นไม่มีการสอบสาย จึงไม่ถูกดึงมาใช้สอบ)
ในตำรานี้จะครอบคลุมเนื้อหาจำนวนมาก เช่นใช้ชีวิต การหายใจ การเดิน การม้วน การล้ม การตั้งท่า จุดอ่อน การเตะ การต่อย การทุ่ม
การใช้อาวุธ การใช้อาวุธลับ และ อื่น ๆ ในการฝึกจะถูกดึงมาฝึกจำนวนหนึ่งในแต่ละสัปดาห์ นอกจากนั้นจะทำการฝึกการพลิกแพลง
จาก ท่าที่เป็นพื้นฐานต่อไป

ในชั่วโมงสุดท้ายในชั่วโมงนี้ผู้ฝึกใหม่จะกลับมารวมกันอีกครั้ง การฝึกส่วนมากจะเป็นการฝึกพลิกแพลงของท่าพื้นฐาน
โดยจะมีการใช้ทั้งการฝึกมือเปล่า และ การใช้อาวุธ เช่น ดาบ มีด พลอง การฝึกชนิดนี้เป็นหนึ่งในส่วนที่สำคัญ
ที่ทำให้ผู้ฝึกพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการฝึกในขั้นสูงขึ้น นอกจากนี้จะยังมีฝึกตามหัวข้อการฝึกของแต่ละปีของญี่ปุ่น
การฝึกส่วนมากในชั่วโมงหลังนี้จะไม่ซ้ำท่า เป็นการฝึกพลิงแพลงไปเรื่อย ๆ ดังนั้นในแต่ละอาทิตย์จะไม่เหมือนกัน

สำหรับคนที่มาฝึกใหม่บางคนอาจจะเห็นว่ายากเหลือเกินที่จะจำสิ่งที่ฝึกได้ทั้งหมด แต่ในความจริงแล้วท่าเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องจำ
อาจารย์มาซึอะกิเคยกล่าวว่า เมื่อท่านรับมอบเป็น โซเกะ หรือ ผู้นำครอบครัวแล้วท่านไม่มีดั้ง หรือ จากการมีสู่การไม่มี
ทุกอย่างจะต้องเป็นไปตามธรรมชาติ นอกจากนั้นอาจารย์ยังเคยกล่าวว่า อย่ามองไปที่ท่า แต่ให้เข้าใจถึงบูโด หรือ ศิลปะการต่อสู้
ในครั้งนึงผมเคยถามกับอาจารย์ชิราอิชิ ว่าจะทำยังไงเมื่อจำชื่อท่าไม่ได้ เพราะมีจำนวนมากเหลือเกินท่านตอบว่า
ชื่อนั้นไม่จำเป็นแต่ขอให้เข้าใจถึงบูโด แล้วจะทำได้ทุกท่าเอง ชื่อท่าอาจจะสำคัญสำหรับนักสะสมท่าหรือนักวิจัย
แต่คนรู้ชื่อท่าและทำท่าแบบท่องจำนั้นไม่ได้หมายความว่าจะเข้าใจท่านั้น ๆ เลย

อันนี้เป็นรายละเอียดคร่าว ๆ ของจากฝึกบูจินกัน บูโด ไทจุสสึ ในบางครั้งจะมีการฝึกอย่างอื่นอีก ตามความเหมาะสมครับ
สำหรับผู้สนใจบางคนอาจจะเข้าใจผิดว่า เราฝึกคนให้เป็นนินจาแบบที่เห็นในหนังภาพยนต์ ก็ต้องขอบอกว่าคงต้องเสียใจครับ
นินจาจริง ๆ ไม่เหมือนในภาพยนต์ และ วิชานินจุสสึก็เป็นวิชาที่ที่ฝึกโดยใช้ระยะเวลา ไม่ใช่ฝึกอย่างผิวเผิน ไม่ใช่การฝึกเล่น ๆ
และไม่เหมือนในหนังแน่นอน