2010
06.08

ในการฝึกศิลปะการต่อสู้ ผู้ที่เป็นผู้เข้าโจมตีหรือผู้ที่ถูกกระทำ ส่วนผู้ที่เป็นผู้รับท่าหรือผู้ฝึกท่าจะเรียกว่าโทริ
ทั้งโทริและอุเคะเป็นส่วนสำคัญในการฝึกที่ผู้ฝึกจะต้องสวมบทบาทที่ดีเพื่อที่จะได้ผลการฝึกอย่างสูงสุด
ถ้าโทริแย่อุเคะก็ฝึกให้ดีไม่ได้ ถ้าอุเคะแย่โทริก็ฝึกไม่ได้เช่นกัน

ผมมักพูดย้ำบ่อย ๆ ในเรื่องที่ให้ผู้ฝึก พยายามเป็นอุเคะที่ดี แต่ปัญหามักเกิดกับผู้ฝึกใหม่ที่
ยังไม่เข้าใจวิธีฝึกศิลปะการต่อสู้โบราณ วิธีการฝึกศิลปะการต่อสู้แบบบูจินกันคือผู้ฝึกสอนจะทำท่าให้ดู
แล้วผู้ฝึกทำตาม โดยจะต้องพยายามทำตามและทำความเข้าใจกับเทคนิคที่ผู้สอนทำให้ดูด้วยตนเอง
โดยโทริจะต้องพยายามทำให้ถูกต้องอย่างที่สุดในทุก ๆ จังหวะ ตั้งแต่การเดินก้าวเท้า การเคลื่อนไหวร่างกาย มือ แขน
การเคลื่อนไหว ควบคุมคู่ต่อสู้ ฯลฯ และ ส่งคู่ต่อสู้ไปในท่าต่าง ๆ ได้ด้วยความปลอดภัย
ส่วนอุเคะเองก็จะต้องเป็นคู่ซ้อมที่ดีให้กับท่านั้น ๆ โดยเคลื่อนไหวไปตามความเป็นจริง คอยรับแรงว่าโทริผลักไปทางไหน
หักไปทางไหน หากเป็นท่าที่ต้องมีการล้มก็ต้องสามารถป้องกันตัวเองและทำอุเคะมิไปในทางที่ถูกต้องได้
โดยตนเองมีความปลอดภัยจากการล้มได้ด้วยตัวเอง

ในระหว่างการฝึกของบูจินกัน ผู้สอนจะเรียกนักเรียนขึ้นมาเพื่อแสดงเทคนิคต่าง ๆ ให้นักเรียนที่เหลือดู
โดยปกติแล้วการเลือกส่วนหนึ่งจะดูจากการทำอุเคะมินั่นเอง โดยผู้ที่ถูกเรียกคือผู้ที่ผู้ฝึกสอนมั่นใจว่า

จะไม่บาดเจ็บจากการฝึกและสามารถป้องกันตัวเองได้นั่นเอง นั่นก็คือต้องเป็นผู้ที่เป็นอุเคะที่ดีนั่นเอง
เพราะว่าการถูกเรียกมาเล่นกับผู้สอนนั้นมีโอกาสบาดเจ็บสูงหากอีกฝ่ายยังไม่ชำนาญเรื่องอุเคะมิเนื่องจาก
แต่ละท่าจะเป็นท่าใหม่ที่อุเคะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในตอนนั้น ๆ ทำให้ไม่สามารถเตรียมตัวที่จะทำอุเคะมิได้

ผู้ที่เป็นโทริที่ดีจะสามารถแสดงเทคนิคต่าง ๆได้อย่างต่อเนื่อง และ เป็นธรรมชาติ นอกจากนั้นยังสามารถให้เทคนิค
ที่ช่วยอุเคะลงไปได้ด้วยความปลอดภัย ถึงแท้เทคนิคที่มีความรุนแรงก็ยังสามารถให้ได้โดยที่อีกฝ่ายไม่ได้รับบาดเจ็บ
อุเคะที่ดีก็ช่วยให้โทริสามารถทำการฝึกท่าที่ถูกต้องได้อย่างมีความสมจริง และ สามารถซ็อมตัวเองจากการเข้าท่าต่าง ๆ
ได้อย่างปลอดภัย หากทั้งสองฝ่ายจับคู่กันได้แบบนี้แล้วทักษะของทั้งสองก็จะพัฒนาได้เร็วขึ้นและสามารถฝึกกันได้อย่างมี
ความสนุกทั้งสองฝ่าย

แต่ปัญหาที่พบในการฝึกจริงมีทั้งโทริที่แย่และอุเคะที่ไม่ดี โดยมากเกิดขึ้นกับผู้ฝึกใหม่ ๆ ที่มีทักษะน้อยอยู่
โดยปัญหาที่เกิดขึ้นมีทั้งตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็มี ตัวอย่าง เช่น อุเคะที่แย่หลาย ๆ คนที่มีอาการเกร็งระหว่างการฝึกซ้อม
จะทำให้ผู้ฝึกอีกฝ่ายไม่สามารถทำเทคนิคที่เห็นได้ ในกรณีนี้มีได้หลายสาเหตุหลาย ๆ คนเกิดอาการกลัว
ไม่ว่าจะเป็นการกลัวเจ็บ หรือ กลัวเพราะไม่สามาระทำอุเคะมิได้ ส่วนบางส่วนก็เป็นผู้ฝึกนิสัยเสียที่คิดว่าตัวเองจะเก่ง
ถ้าสามารถเกร็งให้อีกฝ่ายทำเทคนิคไม่ได้ ซึ่งทั้งสองแบบไม่ได้เป็นผลดีกับตัวคนฝึกทั้งสองฝ่ายเลย
เพราะโทริเมื่อไม่สามารถทำเทคนิคตามที่สอนได้ ก็จำเป็นต้องใช้ท่าอื่น ๆ ไม่ว่าจะใช้การต่อยเพื่อให้มีการคลายการเกร็งลง
หรือ เปลี่ยนท่าไปเลย โทริบางคนก็อาจจะใช้แรงกดไปแทนจนเกิดการบาดเจ็บขึ้นด้วยซ้ำ
แต่ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามการฝึกที่ควรจะได้ฝึกสิ่งที่ถูกต้องก็เสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์
ตัวอุเคะเองที่เกร็งฝืนไว้ก็ได้รับผลเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นโอกาสบาดเจ็บเพิ่มขึ้น หรือ การไม่ได้ฝึกฝนเทคนิคอุเคะมิของตัวเอง
นอกจากนั้นยังมีโอกาสเกิดความบาดหมางกันในระหว่างผู้ฝึกได้อีกด้วย

คนฝึกใหม่หลาย ๆ คนแสดงนิสัยเสียในการฝึกออกมาโดยตั้งใจที่จะฝืนไว้ให้อีกฝ่ายไม่สามารถทำได้
ผู้ฝึกมีระดับจำนวนมากที่ยอมเป็นอุเคะที่ดี แต่ดันได้คู่กับโทริแบบนี้จนต้องหัวเสียกับการฝึกเพราะต้องเปลี่ยนท่าเป็นท่าอื่นๆ
จนไม่ได้ฝึกสิ่งที่อาจารย์ต้องการสอน โดยอุเคะเหล่านี้กลับนึกว่าเป็นการแสดงว่าตนเองเก่ง แต่ความจริงนั้นกลับกัน
เป็นการแสดงนิสัยแย่ ๆ ออกมาเสียมากกว่า เพราะจริง ๆ แล้ว ไม่ว่าใครก็ตามไม่ต้องเก่งหรอก ที่รู้ว่าการฝึกต่อไปจะเกิด
อะไรขึ้นก็สามารถเกร็งต้านท่านั้น ๆ ได้แล้ว แต่ถามว่าในความเป็นจริงคุณจะรู้ไหมว่าอีกฝ่ายจะทำอะไร และ
จะเกร็งแบบนั้นได้ไหม คำตอบคือเป็นไปไม่ได้

อุเคะระดับที่สามารถรับรู้ได้จะพยายามรับความรู้สึกจากท่าต่าง ๆ ของอีกฝ่าย โดยไม่ได้เป็นการเกร็งหรือฝืน
แต่จะเปิดรับความรู้สึกในการดึงเข้าดันออกว่าแบบไหนที่ทำถูกแบบไหนผิด แบบไหนดี แบบไหนไม่ดี
และสามารถเคลื่อนไหวไม่ตามแรงของคู่ต่อสู้โดยไม่ได้เกร็งหรือฝืนเลย

ผมเองก็ต้องฝากไว้เรื่องนี้ เพราะ เคยมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นภายนอกโรงฝึกที่ผู้ฝึกหญิงคนหนึ่งถูกเพื่อนท้าทายว่า
ไม่สามารถใช้เทคนิคกับผู้ชายได้และเกร็งแขนไว้ ผลที่ได้คืออีกฝ่ายเพื่อนที่ท้าทายแขนหักเข้าโรงพยาบาลต้องมีเหล็กดาม
ในแขนไปตลอดชีวิต ในระหว่างการฝึกก็จะมีพวกแบบนี้โผล่มาตลอด และ โดยมากผมไม่เห็นว่าพวกทำนิสัยแบบนี้จะอยู่รอด
ได้ เพราะนอกจากตัวเองจะตามการฝึกไม่ทันคนอื่นแล้ว ผู้ฝึกอื่น ๆ ก็จะไม่ยอมรับในนิสัยแบบนี้ จนไม่มีใครยอมเล่นด้วยจนอยู่ไม่ได้

สำหรับคนที่อ่านภาษาอังกฤษได้ แนะนำให้อ่านบล๊อคของ Duncan Steward
เกี่ยวกับอุเคะที่

-  http://tazziedevil.wordpress.com/uke/

- The good uke http://www.bujinmag.com/Magazine/2k5/1205/01/1205_01.asp

- Ukemi & Uke http://www.kihon.com/newsletter/kihon_newsletter_04.html

Be a good uke
ในการฝึกศิลปะการต่อสู้ ผู้ที่เป็นผู้เข้าโจมตีหรือผู้ที่ถูกกระทำ ส่วนผู้ที่เป็นผู้รับท่าหรือผู้ฝึกท่าจะเรียนกว่าโทริ
ทั้งโทริและอุเคะเป็นส่วนสำคัญในการฝึกที่ผู้ฝึกจะต้องสวมบทบาทที่ดีเพื่อที่จะได้ผลการฝึกอย่างสูงสุด
ถ้าโทริแย่อุเคะก็ฝึกให้ดีไม่ได้ ถ้าอุเคะแย่โทริก็ฝึกไม่ได้เช่นกัน
ผมมักพูดย้ำบ่อย ๆ ในเรื่องที่ให้ผู้ฝึก พยายามเป็นอุเคะที่ดี แต่ปัญหามักเกิดกับผู้ฝึกใหม่ที่
ยังไม่เข้าใจวิธีฝึกศิลปะการต่อสู้โบราณ วิธีการฝึกศิลปะการต่อสู้แบบบูจินกันคือผู้ฝึกสอนจะทำท่าให้ดู
แล้วผู้ฝึกทำตาม โดยจะต้องพยายามทำตามและทำความเข้าใจกับเทคนิคที่ผู้สอนทำให้ดูด้วยตนเอง
โดยโทริจะต้องพยายามทำให้ถูกต้องอย่างที่สุดในทุก ๆ จังหวะ ตั้งแต่การเดินก้าวเท้า การเคลื่อนไหวร่างกาย มือ แขน
การเคลื่อนไหว ควบคุมคู่ต่อสู้ ฯลฯ และ ส่งคู่ต่อสู้ไปในท่าต่าง ๆ ได้ด้วยความปลอดภัย
ส่วนอุเคะเองก็จะต้องเป็นคู่ซ้อมที่ดีให้กับท่านั้น ๆ โดยเคลื่อนไหวไปตามความเป็นจริง คอยรับแรงว่าโทริผลักไปทางไหน
หักไปทางไหน หากเป็นท่าที่ต้องมีการล้มก็ต้องสามารถป้องกันตัวเองและทำอุเคะมิไปในทางที่ถูกต้องได้
โดยตนเองมีความปลอดภัยจากการล้มได้ด้วยตัวเอง
ในระหว่างการฝึกของบูจินกัน ผู้สอนจะเรียกนักเรียนขึ้นมาเพื่อแสดงเทคนิคต่าง ๆ ให้นักเรียนที่เหลือดู
โดยปกติแล้วการเลือกส่วนหนึ่งจะดูจากการทำอุเคะมินั่นเอง โดยผู้ที่ถูกเรียกคือผู้ที่ผู้ฝึกสอนมั่นใจว่า
จะไม่บาดเจ็บจากการฝึกและสามารถป้องกันตัวเองได้นั่นเอง นั่นก็คือต้องเป็นผู้ที่เป็นอุเคะที่ดีนั่นเอง
เพราะว่าการถูกเรียกมาเล่นกับผู้สอนนั้นมีโอกาสบาดเจ็บสูงหากอีกฝ่ายยังไม่ชำนาญเรื่องอุเคะมิเนื่องจาก
แต่ละท่าจะเป็นท่าใหม่ที่อุเคะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในตอนนั้น ๆ ทำให้ไม่สามารถเตรียมตัวที่จะทำอุเคะมิได้
ผู้ที่เป็นโทริที่ดีจะสามารถแสดงเทคนิคต่าง ๆได้อย่างต่อเนื่อง และ เป็นธรรมชาติ นอกจากนั้นยังสามารถให้เทคนิค
ที่ช่วยอุเคะลงไปได้ด้วยความปลอดภัย ถึงแท้เทคนิคที่มีความรุนแรงก็ยังสามารถให้ได้โดยที่อีกฝ่ายไม่ได้รับบาดเจ็บ
อุเคะที่ดีก็ช่วยให้โทริสามารถทำการฝึกท่าที่ถูกต้องได้อย่างมีความสมจริง และ สามารถซ็อมตัวเองจากการเข้าท่าต่าง ๆ
ได้อย่างปลอดภัย หากทั้งสองฝ่ายจับคู่กันได้แบบนี้แล้วทักษะของทั้งสองก็จะพัฒนาได้เร็วขึ้นและสามารถฝึกกันได้อย่างมี
ความสนุกทั้งสองฝ่าย
แต่ปัญหาที่พบในการฝึกจริงมีทั้งโทริที่แย่และอุเคะที่ไม่ดี โดยมากเกิดขึ้นกับผู้ฝึกใหม่ ๆ ที่มีทักษะน้อยอยู่
โดยปัญหาที่เกิดขึ้นมีทั้งตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็มี ตัวอย่าง เช่น อุเคะที่แย่หลาย ๆ คนที่มีอาการเกร็งระหว่างการฝึกซ้อม
จะทำให้ผู้ฝึกอีกฝ่ายไม่สามารถทำเทคนิคที่เห็นได้  ในกรณีนี้มีได้หลายสาเหตุหลาย ๆ คนเกิดอาการกลัว
ไม่ว่าจะเป็นการกลัวเจ็บ หรือ กลัวเพราะไม่สามาระทำอุเคะมิได้ ส่วนบางส่วนก็เป็นผู้ฝึกนิสัยเสียที่คิดว่าตัวเองจะเก่ง
ถ้าสามารถเกร็งให้อีกฝ่ายทำเทคนิคไม่ได้ ซึ่งทั้งสองแบบไม่ได้เป็นผลดีกับตัวคนฝึกทั้งสองฝ่ายเลย
เพราะโทริเมื่อไม่สามารถทำเทคนิคตามที่สอนได้ ก็จำเป็นต้องใช้ท่าอื่น ๆ ไม่ว่าจะใช้การต่อยเพื่อให้มีการคลายการเกร็งลง
หรือ เปลี่ยนท่าไปเลย โทริบางคนก็อาจจะใช้แรงกดไปแทนจนเกิดการบาดเจ็บขึ้นด้วยซ้ำ
แต่ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามการฝึกที่ควรจะได้ฝึกสิ่งที่ถูกต้องก็เสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์
ตัวอุเคะเองที่เกร็งฝืนไว้ก็ได้รับผลเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นโอกาสบาดเจ็บเพิ่มขึ้น หรือ การไม่ได้ฝึกฝนเทคนิคอุเคะมิของตัวเอง
นอกจากนั้นยังมีโอกาสเกิดความบาดหมางกันในระหว่างผู้ฝึกได้อีกด้วย
คนฝึกใหม่หลาย ๆ คนแสดงนิสัยเสียในการฝึกออกมาโดยตั้งใจที่จะฝืนไว้ให้อีกฝ่ายไม่สามารถทำได้
ผู้ฝึกมีระดับจำนวนมากที่ยอมเป็นอุเคะที่ดี แต่ดันได้คู่กับโทริแบบนี้จนต้องหัวเสียกับการฝึกเพราะต้องเปลี่ยนท่าเป็นท่าอื่นๆ
จนไม่ได้ฝึกสิ่งที่อาจารย์ต้องการสอน โดยอุเคะเหล่านี้กลับนึกว่าเป็นการแสดงว่าตนเองเก่ง แต่ความจริงนั้นกลับกัน เป็นการแสดงนิสัยแย่ ๆ ออกมาเสียมากกว่า
เพราะจริง ๆ แล้ว ไม่ว่าใครก็ตามไม่ต้องเก่งหรอก ที่รู้ว่าการฝึกต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นก็สามารถเกร็งต้านท่านั้น ๆ ได้แล้ว
แต่ถามว่าในความเป็นจริงคุณจะรู้ไหมว่าอีกฝ่ายจะทำอะไร และ จะเกร็งแบบนั้นได้ไหม คำตอบคือเป็นไปไม่ได้
อุเคะระดับที่สามารถรับรู้ได้จะพยายามรับความรู้สึกจากท่าต่าง ๆ ของอีกฝ่าย โดยไม่ได้เป็นการเกร็งหรือฝืน
แต่จะเปิดรับความรู้สึกในการดึงเข้าดันออกว่าแบบไหนที่ทำถูกแบบไหนผิด แบบไหนดี แบบไหนไม่ดี
และสามารถเคลื่อนไหวไม่ตามแรงของคู่ต่อสู้โดยไม่ได้เกร็งหรือฝืนเลย
ผมเองก็ต้องฝากไว้เรื่องนี้ เพราะ เคยมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นภายนอกโรงฝึกที่ผู้ฝึกหญิงคนหนึ่งถูกเพื่อนท้าทายว่า
ไม่สามารถใช้เทคนิคกับผู้ชายได้และเกร็งแขนไว้ ผลที่ได้คืออีกฝ่ายเพื่อนที่ท้าทายแขนหักเข้าโรงพยาบาลต้องมีเหล็กดาม
ในแขนไปตลอดชีวิต ในระหว่างการฝึกก็จะมีพวกแบบนี้โผล่มาตลอด และ โดยมากผมไม่เห็นว่าพวกทำนิสัยแบบนี้จะอยู่รอดได้
เพราะนอกจากตัวเองจะตามการฝึกไม่ทันคนอื่นแล้ว ผู้ฝึกอื่น ๆ ก็จะไม่ยอมรับในนิสัยแบบนี้  จนไม่มีใครยอมเล่นด้วยจนอยู่ไม่ได้

—————–

In Martial art’s training, there are two important roles. There are Tori(Defender) and Uke(Attacker). Both have to complete their own roles to success each technique.  If tori or uke cannot do a good role, it will affect to other side’s training.

In the class, I always talk about how to be a good uke.  However, the problem always happen with new comer who don’t understand about traditional martial art training style. In Bujinkan, the students have to do the technique which showed by their instructor.  Students have to complete their own techniques by themselves.  Tori have to simulate the movement of instructor on every step. Uke also has their own job to receive the movement of tori. Then, uke has to use ukemi for his/her own safety.

Normally in Bujinkan training class, instructor will select a good uke student to be uke for showing to the other. Usually, the selection criteria are judged by ukemi skill of student. Instructor will make sure that the student who is chosen can protect his/herself with good ukemi because uke never knows the technique until the instructor shows it. So uke cannot prepare to do any ukemi techniques, they have to do it suddenly.

Good Tori will try to complete his/her techniques and send uke to the ground safely. Uke have to receive any movement of tori and do the correct ukemi. If both side can complete their role, they can train and enjoy the training.

Be a uke is a good chance to learn for the other. If you train in Japan, you will see many high rank people love to be a uke for the class. Many people want to receive the felling from sensei. They will land on the ground with good ukemi and laugh after capture the feeling.

However, there are many people still not understand their role. Most of the time, it was showed by the new comer who still don’t know the correct training way. For example, some ukes try to resist tori between the techniques. Some people have this kind of bad habit. That is not good for both tori and uke. Some thinks they are good if he/she can resist it. However, it is just an incorrect idea because everyone can do that if they know the tori action. In the real world, no one knows the movement of the opponent which give the opportunity to resist it. If they do the good ukemi, they can survive. If they just resist it, they can die easily.  In the training, tori cannot train his/herself when uke resist it. Actually, it is easy to re-act the uke who tries to resist the techniques. We can do anything. For example, we will attack to uke with punch to change the intention to continue the techniques or we change other techniques suddenly. Some tori will add more power to technique also.  But it is still not good for tori’s training because tori cannot train the technique which showed by instructor.  It is not good for uke also since uke cannot train the correct ukemi.  Then, uke bad habit will effect to tori’s feeling also.

From my experience, I saw many useless situation in a training. Uke was a new comer who tried to avoid the techniques  of tori all the time. Tori angry about that action so he did the same action when they switched the role.
The result is no one can train the technique.

I recommend everyone to read several blogs and articles

- by Duncan Steward about uke   http://tazziedevil.wordpress.com/uke/

- The good uke http://www.bujinmag.com/Magazine/2k5/1205/01/1205_01.asp

- Ukemi & Uke http://www.kihon.com/newsletter/kihon_newsletter_04.html

No Comment.

Add Your Comment